ในปัจจุบันการใช้ยาปฏิชีวนะได้ก่อให้ เกิดผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของชีวิตมนุษย์ และสัตว์ อย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ยังจะมี ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ได้ด้วย ดังจะเห็น จากการที่หลายประเทศระงับการ นำเข้ากุ้งกุลาดำ จากประเทศไทยเนื่องจาก ตรวจพบยาปฏิชีวนะตกค้าง ในวงการปลาแฟนซีคาร์พ ก็มีการ ใช้ยาปฏิชีวนะอย่างฟุ่มเฟือย เกินความจำเป็นเช่นกัน ซึ่งหากยังมีการใช้ยาปฏิชีวนะ ในลักษณะนี้ไปเรื่อย ๆ จะทำให้เกิดโรคติดเชื้อ อีกมากมาย ที่จะดื้อต่อยาปฏิชีวนะ ในบทความนี้จึงมุ่งเน้น ที่จะรณรงค์ ให้มีการใช้ยาปฏิชีวนะ อย่างเหมาะสมเพื่อป้องกัน ผลเสีย ในระยะยาว


ยาปฏิชีวนะเป็นยาที่ออกฤทธิ์ในการทำลาย เชื้อจุลินทรีย์ โดยอาจออกฤทธิ์ยับยั้ง การเจริญเติบโต และการเพิ่มจำนวนของ เชื้อจุลินทรีย์ หรืออาจมีผลฆ่าเชื้อจุลินทรีย์โดยตรงก็ได้ ยาในกลุ่มนี้มีจำนวนมากที่นำมาใช้ ในวงการแพทย์ และในการรักษาสัตว์ ชนิดต่าง ๆ ที่ติดเชื้อจุลินทรีย์ที่ ทำให้เกิดโรค ยาปฏิชีวนะจำนวนมากดังกล่าวมีฤทธิ์ ในการทำลาย เชื่อจุลินทรีย์ได้ดีแตกต่างกับบางชนิด มีผลทำลาย เชื้อจุลินทรีย์หลายชนิด ซึ่งมักถูกขนานนามว่า เป็นยาปฏิชีวนะ ที่มีขอบเขตในการออกฤทธิ์กว้าง แต่ยาบางชนิดมีผลต่อ เชื่อจุลินทรีย์บางชนิด เท่านั้น ซึ่งยาในกลุ่มนี้จะถูกเรียกว่า เป็นยาที่มี ขอบเขตในการออกฤทธิ์แคบ
 
ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จะเห็นได้ว่าไม่มียาปฏิชีวนะชนิดใดที่จะ ออกฤทธิ์ทำลายเชื้อจุลินทรีย์ได้ทุกชนิด ยาปฏิชีวนะจะไม่มีประโยชน์ในการทำลาย เชื่อจุลินทรีย์ทุกชนิดและจะไม่มีประโยชน์ ในการติดเชื่อ ไวรัส และหนอนพยาธิ การที่จะรักษาโรคติดเชื่อ ที่ได้ผลจึงจำเป็นที่จะต้องทราบว่า โรคติดต่อเชื้อนั้นเกิดจาก เชื้อจุลินทรีย์ชนิดใด การรักษาอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้ยาปฏิชีวนะ สำหรับการติดเชื้อราและไวรัส นอกจากจะไม่ได้ประโยชน์แล้ว ยังมีโอกาสที่จะทำให้เกิดพิษของยา และทำลายเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ต่อร่างกายอีกด้วย เมื่อเชื้อแบคทีเรีย ที่มีประโยชน์ถูกทำลายลงยังจะ ส่งผลให้ เชื้อแบคทีเรียที่ดื้อยา และเป็นโทษต่อร่างกายเจริญเติบโต และแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ถูกขัดขวาง ในที่สุดร่างการของมนุษย์ และสัตว์ จึงจะได้รับอันตราย จากเชื้อแบคทีเรียที่ให้โทษเหล่านั้น
การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่เหมาะสม ได้ทำให้เกิด ปัญหาที่สำคัญต่อสุขภาพ ของมนุษย์ มีรายงานการวิจัยที่แสดง ให้เห็นผล อย่างชัดเจน ว่าการใช้ยาปฏิชีวนะ อย่างผิด ๆ ได้สร้างปัญหาการดื้อยา อย่างรุนแรง โดย เชื้อแบคทีเรียหลายชนิด ในร่างการมนุษย์ จะดื้อต่อยาปฏิชีวนะที่มีอยู่แล้ว จึงไม่มี ยาปฏิชีวนะใด ๆ ที่จะใช้ได้อย่างผล อีกต่อไป มีเชื้อโรค หลายชนิด ที่มีปัญหาการดื้อยาอย่างรุ่นแรง จนกระทั่งไม่มียาใด ๆ ที่จะมีผล ในการทำลาย เชื้อแบคทีเรียบางชนิดได้
 

จากการที่ K.T. FARM ได้สำรวจ การให้ยาปฏิชีวนะ ในการเลี้ยงดูปลาแฟนซีคาร์พ ในประเทศไทยยังมีการใช้ ยาปฏิชีวนะ อย่างเกินความจำเป็น ดังนั้นจึงได้พัฒนาการแนวความคิด ในการเลี้ยงดูปลาแฟนซีคาร์พ ด้วยหลักการธรรมชาติบำบัดขึ้นมา รณรงค์ไม่ให้มีการใช้ยาปฏิชีวนะ อย่างฟุ่มเฟือย เกินความจำเป็น หลักการในการใช้ยาปฏิชีวนะ จำเป็นที่ต้องทราบเสียก่อนว่า ปัญหานั้นโรคติดเชื่อ ที่เกิดจาก เชื้อแบคทีเรีย จริงหรือไม่ และหากจริงยาปฏิชีวนะ ที่เลือกใช้ จะได้ผลในการรักษา การติดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุ มากน้อยเพียงใด

การเลือกจุลินทรีย์สายพันธุ์ที่ ไม่ทำให้เกิดโรค และให้ประโยชน์ต่อปลาแฟนซีคาร์พ เป็นกลวิธีชนิดหนึ่งที่จะช่วยให้ ลดโอกาส ในการเกิดผลกระทบ จากการใช้ยาปฏิชีวนะอย่าง ไม่ถูกต้อง


ฝ่ายวิชาการ K.T. FARM ตระหนักถึงประโยชน์ ของการนำเอาเชื้อจุลินทรีย์ ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายมาใช้ใน การเลี้ยงดูปลาแฟนซีคาร์พ ประโยชน์ที่ชัดเจนของ การใช้จุลินทรีย์สายพันธุ์ที่ดี จะช่วยควบคุมไม่ให้จุลินทรีย์ ที่ทำอันตรายแก่ปลา สามารถแพร่ขยายจำนวน จนเป็นอันตรายต่อสุขภาพของปลาได้ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นอาจเปรียบเทียบ จุลินทรีย์ที่ดีเสมือนกับ พลเมืองที่ดี ในสังคม สังคมใดก็ตาม ที่ประกอบด้วยคนด ีจำนวนมาก ก็จะช่วยควบคุมไม่ให้คนไม่ดีมีบทบาท ในสังคมได้มาก ในบ่อเลี้ยงปลาแฟนซีคาร์พ ถ้ามีจุลินทรีย์ที่ดีอยู่จำนวนมาก ก็จะช่วยป้องกันควบคุม จำนวนจุลินทรีย์ ที่ทำให้เกิดโรคลดน้อยลงได้


การใช้จุลินทรีย์ใน การเลี้ยงดู ปลาแฟนซีคาร์พ ไม่ได้เป็นเทคนิคใหม่แต่ประการใด ทั้งนี้เพราะได้มีใช้ เชื้อจุลินทรีย์ ที่มีประโยชน์ ในการเลี้ยงสัตว์นี้มาเป็นเวลานานแล้ว ที่ เค.ที.ฟาร์ม เราใช้ “ เค.ที.ซุปเปอร์ ” จุลินทรีย์สายพันธุ์ไทย กับปลาในฟาร์มของเรา ด้วย “ เค.ที.ซุปเปอร์ ” มีผลช่วยลดมลภาวะ ในน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลดปริมาณแอมโมเนีย และสารพิษตกค้างให้น้อยลง นอกจากนี้เมื่อปลาแฟนซีคาร์พกิน “เค.ที.ซุปเปอร์ ” เข้าสู่ทางเดินอาหาร จะช่วยทำให้ป้องกัน ไม่ให้เกิดโรค ที่ทำอันตรายต่อสุขภาพ
 
ในกรณีนี้อาจเปรียบได้กับการที่คนเรากิน เชื้อจุลินทรีย์แล็คโตบาซิลรัส เข้าสู่ร่างกายก็ได้ประโยชน์ในการป้องกัน ในการติดเชื้อในทางเดินอาหาร และเชื้อแล็ตโตบาซิลรัส ยังมีประโยชน์ในการสังเคราะห์วิตามิน และแร่ธาตุบางชนิดให้แก่ร่างกายได้ด้วย
 
การที่ทำให้ภูมิต้านทานของร่างกาย ต่อต้านการติดเชื้อ อย่างแข็งแรง เป็นวิธีการหนึ่งที่จะป้องกัน ไม่ให้ปลาแฟนซีคาร์พติดโรคได้ง่าย ภูมิต้านทานของร่างกาย ยังมีประโยชน์ในการต่อต้าน การติดเชื้อทั้งที่เป็นแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา เนื่องจากภูมิต้านทานที่ถูกสร้างขึ้นมา จะกระชับโดยนำเอากรดอะมิโนที่ได้จาก สารอาหารโปรตีนมาใช้ ดังนั้นการเลือกเฟ้นชนิดของโปรตีน ที่มีประสิทธิภาพสูงมาใช้เป็นอาหาร ของปลาแฟนซีคาร์พ ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญมาก ๆ


ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในรูปแบบ ของธรรมชาติบำบัด ยังมีการนำเอาสารอาหารหลายชนิด เช่น สารต้านอนุมูลอิสระ สารที่ให้แร่ธาตุที่จำเป็น และสารอาหารอีกหลากหลายประเภท มาใช้ประโยชน์ทำให้ปลาแฟนซีคาร์พ มีสุขภาพแข็งแรง และปราศจากเชื้อโรค หวังว่าผู้อ่านทุกท่านจะตระหนักถึงอันตราย ในการใช้ยาปฏิชีวนะจนเกิน ความจำเป็น และหันมาใช้วิธีทางธรรมชาติบำบัด ให้มากขึ้น